รีวิว 10 อันดับ ปากกาไอแพด ยี่ห้อไหนดี 2023 รวมปากกา iPad สไตลัส น่าซื้อ เขียนลื่น ไม่ดีเลย์

รีวิว 10 อันดับ ปากกาไอแพด ยี่ห้อไหนดี 2023 รวมปากกา iPad น่าซื้อ
โดย Newthape
May 29, 2023 ใน โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต อุปกรณ์เสริม
831
0

หลายๆคนที่ใช้ไอแพดหรือแท็ปเล็ต สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉาะการจดบันทึก การเขียนโน๊ต หรือการวาดภาพ ก็คงเป็น ปากกาไอแพด ใช่ไหมคะ ซึ่งปากกาไอแพดนั้นมีราคาที่ค่อนข้างสูง สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด อาจจะเข้าถึงได้ยากและต้องการหาปากกาแบบอื่นที่จะมาใช้แทนในส่วนนี้ ซึ่งปากกา Stylus ก็เป็นอีกปากการูปแบบหนึ่งที่ตอบโจทย์ตรงส่วนนี้

ปากกา Stylus จริงๆแล้วคืออีกชื่อเรียกของ Touch Pen ปากกาที่ใช้กับอุปกรณ์สมาร์ทที่มีระบบสัมผัสจอ (Touch Screen) เช่นสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตต่างๆ โดยมีลักษณะเป็นแท่งกึ่งปากกา ใช้เลื่อนหรือกดหน้าจอแทนการใช้นิ้วสัมผัสโดยตรง และ ปากกา Stylus ก็ยังมีอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เราจะเห็นได้การจากการใช้ เมาส์ปากกา นั่นเองค่ะ โดยจะมีแผ่นกระดานรองเมาส์ที่รองรับกับปากกาอยู่คู่กัน ใช้สำหรับการวาดภาพและทำกราฟิกบนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ค ซึ่งเป็นคนละอย่างกับการจิ้ม กด เลื่อนจอ หรือขีดเขียนบนมือถือและแท็บเล็ตของปากกา Stylus รูปแบบที่เราจะนำมารีวิวกันในวันนี้

การเลือกซื้อปากกาไอแพด หรือ ปากกาสไตลัส ควรคำนึงถึงอะไร แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันยังไง รุ่นไหนรองรับระบบอะไรได้บ้าง วันนี้เราได้จัดอันดับ 10 อันดับ ปากกาสไตลัส ปากกาไอแพด ยี่ห้อไหนดี ในปี 2023 นี้มาฝากเพื่อนๆ กันแล้วค่ะ


สารบัญ
1
อันดับ 1
ปากกาไอแพด Apple Pencil (2nd Generation)

Apple Pencil (2nd Generation)

  • ระบบชาร์จและระบบจับคู่อัตโนมัติ เพียงแค่วางต่อกับขั้วแม่เหล็กด้านบน
  • มีเทคโนโลยี Quick-Charge ที่ชาร์จในระยะเวลาแค่ 15 วินาที ก็ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 30 นาที
  • สามารถเอียงดินสอ และสามารถแยกแยะแรงกดได้แม่นยำ
  • ปากกามีน้ำหนักเบา เขียนได้ง่ายถนัดมือ ไม่ดีเลย์
2
อันดับ 2
ปากกาสไตลัส Surface Pen M1776

Microsoft Surface Pen M1776

  • สามารถใช้งานได้กับระบบ Window และ Office
  • มีจุดรองรับแรงกดถึง 4,096 จุด ที่ตอบสนองต่อสัมผัสที่เบาที่สุด
  • ปากกาสามารถเอียงสำหรับแรเงาและมีความไวต่อแรงกดที่ดียิ่งขึ้น แทบไม่มีอาการหน่วง
  • สามารถแก้ไขเอกสารด้วยหมึกดิจิตอลเสมือนจริง
3
อันดับ 3
ปากกาไอแพด GOOJODOQ

GOOJODOQ รุ่น GD13

  • มีดีไซน์ที่เรียบหรูและสีให้เลือกถึง 5 สี
  • มีขนาดจับพอดีมือ น้ำหนักเบา สามารถวางมือบนจอได้ทำให้เขียนได้อย่างลื่นไหล
  • ตัวปากกาสามารถถอดเปลี่ยนหัวได้
  • มีระบบ Sleep ซึ่งถ้าไม่ใช้งาน 5 นาที จะปิดด้วยตัวเองอัตโนมัติ ทำให้ประหยัดแบต

รีวิว ปากกาไอแพด ยี่ห้อไหนดี 2023 รวมปากกา iPad น่าซื้อ

การเลือกซื้อ ปากกาไอแพด ปากกาสไตลัส ควรคำนึงถึงอะไร แต่ละยี่ห้อมีความแตกต่างกันยังไง เราได้จัดอันดับ 10 อันดับ ปากกา iPad ยี่ห้อไหนดี น่าซื้อ มาดูกันเลยค่ะ

1. Apple Pencil (2nd Generation)

ปากกาไอแพด Apple Pencil (2nd Generation)

มาเริ่มกันที่ตัวแรกเลยค่ะ สำหรับใครที่ใช้ไอแพดอยู่แล้ว แน่นอนว่าปากกาไอแพดที่นึกถึงตัวแรก ก็ต้องเป็น Apple Pencil จากแบรนด์เดียวกันอย่างแน่นอน เพราะถ้าพูดถึงเรื่องความเสถียรก็ต้องยกให้เป็นอันดับ 1 ซึ่งรุ่นที่เราจะแนะนำก็คือ “Apple Pencil (2nd Generation)” เรียกได้ว่าเป็นปากกาที่มีคุณภาพสูงที่สุดของแอปเปิ้ลตอนนี้ ออกแบบมาเพื่อ iPad Pro 2018, iPad Pro 2020 และ iPad Air 4 โดยเฉพาะ การใช้งานก็ง่ายมากๆเพียงแค่แตะสองครั้ง ก็สามารถใช้วาดรูป สเก็ตช์ภาพ ระบายสี จดโน้ต ทำเครื่องหมายในอีเมล และอื่นๆ ได้อีกมากมาย แล้วสำหรับรุ่นนี้ ได้เปลี่ยนระบบการชาร์จแบบใหม่เป็นการชาร์จไร้สายโดยใช้แม่เหล็ก ซึ่งข้อดีก็คือไม่ต้องเปิดฝาออกเพื่อเสียบชาร์จแบบเก่าที่อาจจะทำให้ฝาด้านบนหายได้ แถมมาพร้อมกับเทคโนโลยี Quick-Charge ที่ชาร์จในระยะเวลาแค่ 15 วินาที ก็ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 30 นาที ไม่เพียงเท่านั้นในด้านการออกแบบยังเป็นแบบใหม่ โดยมีการเปลี่ยนเป็นวัสดุแบบด้านทั้งหมด เพื่อให้จับง่ายถนัดมือมากขึ้น ส่วนการใช้งานก็สามารถเอียงดินสอ และสามารถแยกแยะแรงกดได้แม่นยำ ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบเลยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Apple Pencil (2nd Generation)
ขนาด : 166 x 8.9 x 8.9 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : 20.7 กรัม
เวลาการใช้งาน : 12 ชั่วโมง
อุปกรณ์ที่รองรับ : iPad Pro 12.9 นิ้ว ( 3rd/4th/5th Gen ) , iPad Pro 11 นิ้ว ( 1st/2rd/3rd Gen ) , iPad Mini 6th , iPad Air ( 4th/5th Gen )
การเชื่อมต่อ : Bluetooth

จุดเด่น

ระบบชาร์จและระบบจับคู่อัตโนมัติ เพียงแค่วางต่อกับขั้วแม่เหล็กด้านบน มีเทคโนโลยี Quick-Charge ที่ชาร์จในระยะเวลาแค่ 15 วินาที ก็ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 30 นาที สามารถเอียงดินสอ และสามารถแยกแยะแรงกดได้แม่นยำ ปากกามีน้ำหนักเบา เขียนได้ง่ายถนัดมือ ไม่ดีเลย์

จุดควรพิจารณา

มีราคาค่อนข้างสูง ใช้ได้กับไอแพดรุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้น

2. Microsoft รุ่น Surface Pen M1776

ปากกาสไตลัส Surface Pen M1776

สำหรับตัวถัดมาก็คือ “Microsoft รุ่น Surface Pen M1776” เป็นปากกาที่สามารถใช้งานได้กับระบบ Window และ Office โดยเฉพาะ มีจุดรองรับแรงกดถึง 4,096 จุด ที่ตอบสนองต่อสัมผัสที่เบาที่สุด เหมาะสำหรับการเขียนและวาดอย่างเป็นธรรมชาติ ร่างภาพ แรเงา และลงสีอย่างได้อย่างแม่นยำ โดยวิธีการใช้งานก็ง่าย เพียงแค่เชื่อมต่อกับ Bluetooth ก็สามารถใช้ได้กับ Surface Pro, Surface Pro 4, Surface Pro 3, Surface Laptop, Surface Studio and Surface Book โปรแกรมต่างๆได้อย่างลื่นไหล ปากกาสามารถเอียงสำหรับการแรเงา มีความไวต่อแรงกดที่ดียิ่งขึ้น และแทบไม่มีอาการหน่วง ส่วนปลายปากกาอีกด้านสารมารถใช้เป็นยางลบได้อีกด้วยค่ะ ที่สำคัญยังสามารถแก้ไขเอกสารด้วยหมึกดิจิตอลเสมือนจริงได้ด้วยค่ะ สำหรับใครที่ทำงานเอกสาร เรียกได้ว่าเป็นปากกาที่ตอบโจทย์โดยเฉพาะเลยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Microsoft รุ่น Surface Pen M1776
ขนาด : 146.1 x 9.7 x 9.7 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : 20 กรัม
เวลาการใช้งาน :
อุปกรณ์ที่รองรับ : Surface Pro, Surface Pro 4, Surface Pro 3, Surface Laptop, Surface Studio and Surface Book
การเชื่อมต่อ : Bluetooth 4.0

จุดเด่น

สามารถใช้งานได้กับระบบ Window และ Office มีจุดรองรับแรงกดถึง 4,096 จุด ที่ตอบสนองต่อสัมผัสที่เบาที่สุด ปากกาสามารถเอียงสำหรับแรเงาและมีความไวต่อแรงกดที่ดียิ่งขึ้น แทบไม่มีอาการหน่วง สามารถแก้ไขเอกสารด้วยหมึกดิจิตอลเสมือนจริง

จุดควรพิจารณา

สามารถใช้งานได้กับ แท็บเล็ต ตระกูล Microsoft Surface เท่านั้น

3. ปากกาไอแพด GOOJODOQ รุ่น GD13

ปากกาไอแพด GOOJODOQ

สำหรับตัวถัดมาเป็นปากกาที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานกับ iPad โดยเฉพาะ นั่นก็คือ “GOOJODOQ รุ่น GD13” มีดีไซน์ที่เรียบหรูและสีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ สีขาว สีม่วง สีดำ สีฟ้า และสีฟ้าไล่ระดับ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นสีอะไรก็ยังคงรูปแบบมินิมอล มีขนาดจับพอดีมือ น้ำหนักเบา สามารถวางมือบนจอได้ทำให้เขียนได้อย่างลื่นไหล ตัวปากกาสามารถถอดเปลี่ยนหัวได้ สามารถเขียนได้อย่างแม่นยำ ไม่ดีเลย์ และไม่ข่วนหน้าจอ iPad ส่วนการเชื่อมต่อรุ่นนี้ก็ปรับให้ดีขึ้นจาก GD12 โดยจะเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติ เพียงแค่นำไปติดข้าง ๆ iPad แล้วดึงออกมา ก็สามารถใช้งานได้ทันที โดยที่หน้าจอ iPad จะมีการแสดงผลชัดเจน พร้อมบอกสถานะแบตเตอรี่คงเหลือให้เราด้วย ส่วนอายุการใช้งานหากไม่มีการใช้งานเป็นเวลา 5 นาที มันจะปิดตัวเองอัตโนมัติ ช่วยให้แบตฯ ใช้งานได้นานขึ้น โดยรุ่นนี้จะใช้งานได้ที่สูงสุดประมาณ 15 ชม. แถมมีราคาที่ย่อมเยาว์ด้วยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : GOOJODOQ รุ่น GD13
ขนาด : 8.9 มิลลิเมตร
เวลาการใช้งาน : 15 ชั่วโมง
อุปกรณ์ที่รองรับ : iPad Pro 12.9 นิ้ว ( 3rd/4th/5th Gen ) , iPad Pro 11 นิ้ว ( 1st/2rd/3rd Gen ) , iPad Mini 6th , iPad Air ( 4th/5th Gen )
การเชื่อมต่อ : Bluetooth

จุดเด่น

มีขนาดจับพอดีมือ น้ำหนักเบา สามารถวางมือบนจอได้ทำให้เขียนได้อย่างลื่นไหล ตัวปากกาสามารถถอดเปลี่ยนหัวได้ มีระบบ Sleep ซึ่งถ้าไม่ใช้งาน 5 นาที จะปิดด้วยตัวเองอัตโนมัติ ทำให้ประหยัดแบต

จุดควรพิจารณา

ใช้ได้กับไอแพดรุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้น ต้องกดเชื่อมต่อทุกครั้งก่อนใช้งาน

4. ปากกาไอแพด Logitech Crayon

Logitech Crayon Apple Pencil

“Logitech Crayon Apple Pencil” เป็นปากกาที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตเดียวกันกับ Apple Pencil แต่จะผ่านการดีไซน์ตัวปากกาจาก Logitech เป็นแบรนด์ IT ชั้นนำที่ใครหลายๆคนน่าจะรู้จักกันดี ซึ่งราคานั้นถูกกว่าตัว Apple Pencil เกือบครึ่งนึงเลยค่ะ ด้วยรูปทรงที่แตกต่าง มีขนาดที่เล็กเป็นด้ามจับแบบแบน แต่ก็สามารถจับได้อย่างถนัดมือ ที่สำคัญยังป้องการกลิ้งตกจากโต๊ะได้อีกด้วยค่ะ ตัวปากกาทำมาจากอะลูมิเนียมอย่างดี ซึ่งให้ความรู้สึกทนทาน ใช้งานได้อย่างยาวนาน ช่วยให้คุณได้ขีดเขียน และวาดอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยความแม่นยำ และไม่ดีเลย์ สามารถใช้งานได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับระบบสัมผัสหน้าจอ มีโหมดประหยัดพลังงานซึ่งจะปิดเองอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งาน มีระบบชาร์จด่วน 2 นาที แถมยังใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 7.5 ชม.เลยค่ะ สำหรับรุ่นนี้รองรับเฉพาะ iPad รุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้นเช่นกันค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Logitech Crayon Apple Pencil
ขนาด : 163.0 × 12.0 × 8.0 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : 20 กรัม
เวลาการใช้งาน : 7.5 ชั่วโมง
อุปกรณ์ที่รองรับ : iPad Pro 12.9 นิ้ว ( 3rd/4th/5th Gen ) , iPad Pro 11 นิ้ว ( 1st/2rd/3rd Gen ) , iPad Mini 6th , iPad Air ( 4th/5th Gen )
การเชื่อมต่อ : ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเชื่อมต่อ

จุดเด่น

มีด้านปากกาที่เล็ก ทำจากอะลูมิเนียมอย่างดี ซึ่งให้ความรู้สึกทนทาน ป้องกันการกลิ้งตกพื้น รองรับระบบสัมผัสหน้าจอ สามารถใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth มีระบบชาร์จด่วน 2 นาที สามารถใช้งานต่อได้ทันที

จุดควรพิจารณา

ใช้ได้กับไอแพดรุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้น ดีไซน์ด้ามจับเป็นทรงแบบแบน ต้องชาร์จผ่านพอร์ต Lightning ซึ่งต้องซื้อแยกเพิ่ม ไม่มีแถมมาให้

5. ADONIT Stylus Pen Pro3

ปากกาสไตลัส ADONIT Stylus Pen Pro3

“ADONIT รุ่น Pro3” เป็นปากกาสไตลัสแบบแอนาล็อก ที่มีความแม่นยำสูง เหมาะสำหรับการเขียนและวาดภาพบนจอทัชสกรีนทุกชนิด สามารถใช้งานได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อ และไม่ต้องใช้แบตเตอรี่อีกด้วยค่ะ เพราะตัวปากกาสไตลัสทำจากอลูมิเนียมตันจะมีคลิปในตัวเพื่อให้คุณสามารถใช้งานได้ทุกที่ มาพร้อมกับหัวปากกาแบบ Disc แผ่นดิสก์แบบใหม่ที่แม่นยำซึ่งนอกจากจะสร้างจุดสัมผัสกับหน้าจอเพื่อเขียนลงบนตำแหน่งที่คุณจดปากกาลงไปได้อย่างถูกต้องแล้ว ยังถูกออกแบบมาเป็นชิ้นเดียวเพื่อเพิ่มความเสถียรอีกด้วย ฝาปิดปากกาออกแบบมาเป็นพิเศษ เป็นแม่เหล็กยึดติดกับตัวปากกา เวลาหยิบใช้ก็สะดวก พกพาได้ง่าย แถมมีสไตล์ที่โดดเด่น มีให้เลือกถึง 4 สีด้วยกันค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : ADONIT รุ่น Pro3
ขนาด : 125.9 × 8.5 × 8.5 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : 15.4 กรัม
อุปกรณ์ที่รองรับ : สมาร์ทโฟน เเท็บเล็ตหน้าจอ touch screen ทุกรุ่น
การเชื่อมต่อ : ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเชื่อมต่อ

จุดเด่น

ใช้ได้กับจอทัชสกรีนทุกชนิด สามารถใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ หัวปากกาแบบ Disc แผ่นดิสก์แบบใหม่ที่แม่นยำ และเพิ่มความเสถียร มีน้ำหนักเบา พกพาได้ง่าย

จุดควรพิจารณา

ไม่รองรับระบบวางมือบนหน้าจอ สำหรับสมาร์ทโฟนรุ่นเก่า อาจจะมีความดีเลย์บ้างเมื่อใช้งาน

6. BASEUS Smooth Writing 2 Series รุ่น BS-PS003

BASEUS Smooth Writing 2 Series รุ่น BS-PS003

“BASEUS Smooth Writing 2 Series รุ่น BS-PS003” เป็นอีกหนึ่งปากกา Stylus ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ร่วมกับ iPad ปี 2018 ขึ้นไป โดยเฉพาะ ซึ่งจะมีให้เลือก 2 แบบด้วยกัน ซึ่งได้แก่ รุ่นที่รองรับการชาร์จไร้สาย โดยมีแม่เหล็กสามารถติดชาร์จกับตัวเครื่องได้ และรุ่นที่สามารถเสียบชาร์จได้ผ่านพอร์ต USB-C สำหรับ 2 แบบไม่มีความแตกต่างกันเวลาใช้งานเลยค่ะ ต่างกันเพียงแค่วิธีการชาร์จและราคาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ตัวปากกามีความแข็งแรงทนทาน มีฟีเจอร์รองรับการสัมผัสหน้าจอระหว่างใช้งาน สามารถเขียนได้อย่างลื่นไหล ปรับลายเส้นตามการเอียงของปากกา และสามารถถอดเปลี่ยนหัวปากกาได้ ซึ่งจะแถมมาให้พร้อมกับตัวปากกาเลยค่ะ เรียกได้ว่าคุ้มค่า คุ้มราคามากๆค่ะ สำหรับใครที่ชอบดีไซน์ที่คล้ายๆกับปากกาไอแพด ตัวนี้ค่อนข้างตอบโจทย์เลยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : BASEUS Smooth Writing 2 Series รุ่น BS-PS003
ขนาด : 1.5 × 9.0 × 165.5 มิลลิเมตร
น้ำหนัก : 13.5 กรัม
เวลาการใช้งาน : 10 ชั่วโมง
อุปกรณ์ที่รองรับ : iPad Pro 12.9 นิ้ว ( 3rd/4th/5th Gen ) , iPad Pro 11 นิ้ว ( 1st/2rd/3rd Gen ) , iPad Mini 6th , iPad Air ( 4th/5th Gen )
การเชื่อมต่อ : Bluetooth

จุดเด่น

มีแม่เหล็กสามารถติดกับตัวเครื่องได้ รองรับการสัมผัสหน้าจอระหว่างใช้งาน ปรับลายเส้นตามแรงกด หรือการเอียงของปากกา สามารถถอดเปลี่ยนหัวปากกาได้

จุดควรพิจารณา

ใช้ได้กับไอแพดรุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้น ต้องกดเชื่อมต่อทุกครั้งก่อนใช้งาน

7. Asaki Stylus Pen รุ่น AK-PENPLUS

Asaki Stylus Pen รุ่น AK-PENPLUS

“Asaki Stylus Pen รุ่น AK-PENPLUS” เป็นปากกา Stylus อีกรุ่นที่ไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth ก็สามารถใช้งานได้ทันที ซึ่งรองรับการใช้งานกับ iPad ปี 2018 ขึ้นไปโดยเฉพาะ หัวปากกาเป็นแบบ ultra-fine ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1.0 มม. จึงช่วยทำให้เขียนหรือวาดเส้นได้อย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น เขียนได้อย่างราบรื่น ไม่กระตุกหรือดีเลย์ มาพร้อมกับฟังก์ชั่นป้องกันฝ่ามือสัมผัสหน้าจอ ตัวปากกาเป็นแม่เหล็ก สามารถติดด้านข้างของตัวเครื่องไอแพดได้ แต่ไม่สามารถชาร์ตแบบไร้สายได้ ซึ่งการชาร์จของรุ่นนี้จะทำการชาร์จผ่านสายชาร์จ Type-C โดยระยะเวลาในการชาร์จ 1-2 ชั่วโมง สามารถใช้ได้อย่างยาวนานถึง 8-10 ชั่วโมงเลยทีเดียวค่ะ และตัวปากกายังมีระบบ Power Saving เมื่อไม่ได้ใช้งานภายใน 5 นาที ปากกาจะปิดเองอัตโนมัติ เป็นการช่วยเซฟแบตไปในตัวค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Asaki Stylus Pen รุ่น AK-PENPLUS
เวลาการใช้งาน : 8 – 10 ชั่วโมง
อุปกรณ์ที่รองรับ : สามารถใช้ได้กับ iPad ตั้งแต่รุ่น iPad (6th Gen) ขึ้นไปเท่านั้น
การเชื่อมต่อ : ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเชื่อมต่อ

จุดเด่น

หัวปากกาเป็นแบบ ultra-fine ขนาด 1.0 มม. สามารถเขียนหรือวาดเส้นได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น รองรับการสัมผัสหน้าจอระหว่างใช้งาน สามารถถอดเปลี่ยนหัวปากกาได้ สามารถใช้งานได้ทันทีโดยการแตะที่ตัวปากกา 2 ครั้ง ไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth

จุดควรพิจารณา

ใช้ได้กับไอแพดรุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้น ไม่สามารถชาร์จแบบไร้สายได้

8. Limited Stylus Pen รุ่น NEU-02

Limited Stylus Pen รุ่น NEU-02

“Limited Stylus Pen รุ่น NEU-02” เป็นปากกาที่ถูกผลิตขึ้น จากการคิดค้นฟังก์ชั่นต่างๆพร้อมทั้งยังนำฟีดแบคจากผู้ใช้งานมามีส่วนช่วยในการผลิต เพื่อตอบโจทย์การใช้งานให้ได้มากที่สุด โดยวิธีการใช้งานจะเป็นแบบการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth สามารถชาร์จแบบไร้สายข้างเครื่องไอแพดได้ เขียนได้ลื่นไหล ไม่ดีเลย์ ไม่ว่าจะเป็นงานวาดภาพ ระบายสี แรเงา รูปแบบของเส้นก็จะเปลี่ยนไปตามแรงกด หรือเมื่อเอียงปากกาเขียนเส้นก็จะหนาขึ้นนั่นเองค่ะ รองรับระบบการสัมผัสหน้าจอขณะใช้งาน แถมยังมีฟังก์ชั่นพิเศษอย่าง การย้อนกลับไปหน้ารวมแอปที่เคยใช้งาน หรือการแคปหน้าจอ ก็ทำได้ง่ายๆเพียงกดปุ่มค้าง 3 วินาทีเท่านั้นค่ะ สามารถเปลี่ยนหัวปากกาได้ ใช้หัวปากการ่วมกับ Apple Pencil 2 ได้ด้วยเช่นกันค่ะ แบตเตอรี่ค่อนข้างอึด ใช้ได้ยาวนาน 8-24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้แต่ละครั้ง และยังรับประกันการใช้งาน 1 เดือนด้วยนะคะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Limited Stylus Pen รุ่น NEU-02
เวลาการใช้งาน : 8-24 ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับการใช้งาน)
อุปกรณ์ที่รองรับ : iPad Pro 12.9 นิ้ว ( 3rd/4th/5th Gen ) , iPad Pro 11 นิ้ว ( 1st/2rd/3rd Gen ) , iPad Mini 6th , iPad Air ( 4th/5th Gen )
การเชื่อมต่อ : Bluetooth

จุดเด่น

ปรับลายเส้นตามแรงกด หรือการเอียงของปากกา รองรับการสัมผัสหน้าจอระหว่างใช้งาน สามารถถอดเปลี่ยนหัวปากกาได้ มีแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างอึด สามารถใช้ได้ยาวนานถึง 8-24 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับการใช้ในแต่ละครั้ง

จุดควรพิจารณา

ขณะที่ชาร์ตตัวเครื่อง ไม่ควรชาร์จปากกาไปด้วย ใช้ได้กับไอแพดรุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้น

9. UGREEN Smart Stylus Pen รุ่น 80135

ปากกาไอแพด UGREEN Smart Stylus Pen รุ่น 80135

“UGREEN Smart Stylus Pen รุ่น 80135” เป็นปากกาที่มีดีไซน์คล้ายกับปากกาหมึกซึมทั่วไป สำหรับคนที่ไม่ชอบทรงของปากกาที่มีความเรียวมากเกินไป รุ่นนี้ค่อนข้างตอบโจทย์เลยค่ะ สามารถจับได้ถนัดมือมากยิ่งขึ้น เขียนได้อย่างลื่นไหล ใช้งานได้ง่าย เพียงแค่กดปุ่มเปิด/ปิด ก็สามารถใช้งานได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับไมโครโปรเซสเซอร์อัจฉริยะประหยัดพลังงานซึ่งจะปิดโดยอัตโนมัติหลังจากไม่มีการใช้งาน 5 นาทีโดยใช้งานต่อเนื่องได้อย่างยาวนานมากยิ่งขึ้น มีไฟแสดงสถานะของแบตเตอรี่ สำหรับวิธีการชาร์จคือ ชาร์จกับสาย Type-C เท่านั้น เวลาชาร์จเพียง 1 ชั่วโมง ก็สามารถใช้งานต่อได้ทันที รุ่นนี้รองรับกับ iPad รุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้นนะคะ ไม่มีระบบรองรับแรงกด จึงเหมาะสำหรับงานจดบันทึกเป็นหลัก มากกว่างานวาดภาพ สำหรับสายที่ชอบจดโน๊ตทางไอแพด ที่ให้ความรู้สึกเหมือนจับปากกาปกติ เราขอแนะนำเลยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : UGREEN Smart Stylus Pen รุ่น 80135
น้ำหนัก : 200 กรัม
อุปกรณ์ที่รองรับ : iPad Pro 11 นิ้ว, iPad Pro 12.9 นิ้ว, iPad Gen 6 2018, iPad Air 3, iPad mini 5
การเชื่อมต่อ : ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเชื่อมต่อ

จุดเด่น

มีดีไซน์คล้ายกับปากกาหมึกซึมทั่วไป จึงจับได้ถนัดมือมากยิ่งขึ้น ให้ความรู้สึกเหมือนใช้ปากกาเขียนบนกระดาษ ใช้งานได้ง่ายเพียงแค่กดปุ่มเปิด/ปิด ไม่ต้องเชื่อมต่อ Bluetooth มีระบบประหยัดพลังงานซึ่งจะปิดอัตโนมัติหลังจากไม่มีการใช้งานใน 5 นาที

จุดควรพิจารณา

ไม่มีระบบรองรับแรงกด ใช้ได้กับไอแพดรุ่น 2018 ขึ้นไปเท่านั้น ไม่สามารถชาร์จแบบไร้สายได้

10. ปากกาไอแพด Elago รุ่น Stylus Slim

ปากกาไอแพด elago รุ่น Stylus Slim

สำหรับตัวสุดท้ายที่จะนำมารีวิวในวันนี้ก็คือ “elago รุ่น Stylus Slim” เป็นปากกาที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ของ Apple เกือบจะทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น iPad , iPod Touch รวมไปถึง iPhone และยังสามารถใช้งานร่วมกับ SAMSUNG Galaxy Tab ได้อีกด้วยค่ะ สำหรับตัวหัวปากกาของรุ่นนี้จะเป็นหัวยางที่เหมาะสำหรับการนำมาเขียน หรือกดเพื่อใช้คำสั่งต่างๆได้สะดวกมากยิ่งขึ้น มากกว่าการนำมาวาดภาพ หรือเขียนจดโน๊ตที่ต้องใช้ความละเอียด ด้วยความหนาของตัวหัวยางนั้น อาจจะไม่ครอบคลุมสำหรับงานทางวาดมากเท่าใดนัก แต่สามารถถอดเพื่อเปลี่ยนตรงส่วนหัวปากกาได้เช่นกันค่ะ เรียกได้ว่ารองรับได้ค่อนข้างหลากหลายอุปกรณ์ แถมดีไซน์ก็เรียบหรู ซึ่งมีให้เลือกถึง 6 สีด้วยกันค่ะ ได้แก่ Black , Chocolate , Jean Indigo , Red Pink , Silver , Gold ที่ไม่ว่าจะเลือกใช้สีไหน ก็ดูดีทุกสีเลยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : elago รุ่น Stylus Slim
ขนาด : 7.5 x 8 x 136 มิลลิเมตร
อุปกรณ์ที่รองรับ : อุปกรณ์ที่รองรับระบบ IOS เช่น iPad , iPod Touch , iPhone และ Galaxy Tab

จุดเด่น

มีขนาดเล็ก สามารถพกพาได้ง่าย รองรับอุปกรณ์ของ Apple ทุกชนิด เหมาะสำหรับการนำมาเขียน หรือเพื่อเลื่อนใช้คำสั่งต่างๆ หรือใช้สำหรับ Presentation สามารถเปลี่ยนหัวปากกาได้ มีดีไซน์ที่เรียบหรู มีให้เลือกใช้ถึง 6 สี

จุดควรพิจารณา

ไม่รองรับการสัมผัสหน้าจอ ไม่รองรับแรงกดของปากกา รองรับเฉพาะอุปกรณ์ระบบ IOS และ Galaxy Tab เท่านั้น ส่วนหัวเป็นแบบยางที่ขนาดค่อนข้างใหญ่ ทำให้ใช้งานได้ยากกับงานที่ต้องการความละเอียด

วิธีการเลือกซื้อ ปากกาไอแพด ยี่ห้อไหนดี

1. โครงสร้างของปากกาไอแพด

สไตลัสของคุณควรประกอบและผลิตขึ้นอย่างดีด้วยวัสดุที่ทนทานและใช้งานได้ยาวนาน เนื่องจากขนาดที่เล็ก สไตลัสจึงมักตกเป็นเหยื่อของอุบัติเหตุ การโค้งงอ และการแตกหักที่ไม่ได้ตั้งใจ แน่นอนว่าข้อนี้ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะดูแลรักษาสไตลัสได้ดีแค่ไหน ปากกาทัชสกรีนที่ทนทานที่สุดจะทำมาจากพลาสติกและโลหะที่ทนทาน

2. แหล่งจ่ายพลังงานของปากกาไอแพด

สไตลัสบางประเภทต้องใช้แบตเตอรี่และบางประเภทก็ไม่จำเป็นต้องใช้ สไตลัสมีทั้งรุ่นที่ชาร์จได้และไม่ได้ การชาร์จไฟจะถือเป็นข้อดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน ปากกาทัชสกรีนพร้อมแหล่งพลังงานในตัว ขจัดความยุ่งยากในการเปลี่ยนถ่าน เพียงแค่เลือกรุ่นที่สามารถชาร์จด้วยการเสียบปลั๊กไฟติดผนังทั่วไป ผู้ใช้ส่วนใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายสูงสุดมักเลือกปากกาทัชสกรีนแบบชาร์จไฟได้

3. การเชื่อมต่อและอุปกรณ์ที่รองรับปากกาไอแพด

โดยทั่วไปแล้ว สไตลัสพื้นฐานไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษหรือฟีเจอร์เปิดเครื่องเพื่อให้ใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดจากสไตลัสพื้นฐานไปเป็นสไตลัสที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง ก็อย่าลืมพิจารณาเรื่องการเชื่อมต่อด้วย สไตลัสที่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อการทำงานที่สมบูรณ์อาจมีตัวเลือกการใช้งานที่น่าดึงดูดมากกว่า แต่การลากอุปกรณ์สองชิ้นขนาดเล็กไปมาบนสมาร์ทโฟนทั่วอาจไปก็อาจจะเพิ่มความลำบากเช่นกัน
นอกเหนือจากการเชื่อมต่อแล้ว การตรวจสอบอุปกรณ์ที่ใช้งานร่วมกันได้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ใช่ว่าสไตลัสทุกรุ่นจะออกแบบมาเพื่อให้ใช้ร่วมกับอุปกรณ์ได้ทุกชิ้น จริงๆ แล้ว สไตลัสส่วนใหญ่ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่เจาะจงเท่านั้น ก่อนจ่ายเงิน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าปากกาที่คุณอยากได้นั้นสามารถใช้งานร่วมกับพีซีหน้าจอสัมผัส แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่คุณมี

4. คุณสมบัติของปากกาไอแพด

เมื่อคุณจำกัดตัวเลือกปากกาสไตลัสสำหรับหน้าจอสัมผัสที่ใช่ได้แล้ว ก็ควรคำนึงถึงคุณสมบัติการทำงานที่ปากกาแต่ละแบบมอบให้เสมอ ลองดูคุณสมบัติเพิ่มเติมมากมายเหล่านี้ดูก่อน เพราะอาจจะมัดใจหรือเปลี่ยนใจคุณก่อนที่จะตัดสินใจซื้อได้ ซึ่งคุณสมบัติหลักๆที่ควรคำนึงถึงได้แก่ การปิดการตรวจจับสัมผัสจากอุ้งมือ, ฝาครอบป้องกัน, ปุ่มลัดที่สามารถตั้งค่าได้, ความไวต่อแรงกด, ยางลบในตัว, สายรัดเพิ่มความสะดวก, แอปที่รองรับการใช้งาน (Bamboo, Adobe, ฯลฯ )


บทส่งท้าย ปากกาไอแพด ยี่ห้อไหนดี

จากรีวิวและบทความที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้จะเห็นได้ว่า ปากกาไอแพด หรือ ปากกาสไตลัส นั้น แต่ละยี่ห้อแถบจะมีความคล้ายเคียงกัน บางยี่ห้อก็เทียบเท่ากับปากกาไอแพด ของ apple ในราคาที่ถูกลงมาเกือบครึ่ง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ชอบใช้ปากกาไอแพดสไตล์นั้น แต่ต้องการประหยัดงบประมาณลงมา แต่ก็ยังมีอีกหลายรุ่นที่ใช้งานได้ดีไม่แพ้กัน บางรุ่นไม่ต้องเชื่อมต่อก็สามารถใช้งานได้ทันที สุดท้ายแล้วนั้นการเลือกซื้อปากกาไอแพดสักด้ามก็ควรคำนึงถึงจุดประสงค์ที่ต้องการจะใช้ เหมาะกับอุปกรณ์ที่คุณใช้งานอยู่หรือเปล่า หรือมีคุณสมบัติที่ควรคำนึงมากน้อยเพียงใด โดยเพื่อนๆสามารถอ้างอิงได้จากบทความที่เรานำมาฝากในวันนี้ได้เลยค่ะ ปากกาที่ดีควรเป็นปากกาที่เข้ากับมือของคุณในเวลาเขียน เพื่อไม่ให้ปวดมือจากการใช้งานในระยะยาวด้วยนะคะ

บทความที่คุณอาจสนใจ