รีวิว 8 อันดับ แบตสํารอง ยี่ห้อไหนดี 2023 รวม Power Bank ยอดนิยม

รีวิว 8 อันดับ แบตสํารอง ยี่ห้อไหนดี 2023 รวม Power Bank ยอดนิยม
โดย Newthape
May 22, 2023 ใน โทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต อุปกรณ์เสริม
778
0

ถ้าพูดถึงอุปกรณ์ที่ขาดไปไม่ได้สำหรับทุกคนในทุกวันนี้ ก็คงหนีไม่พ้น โทรศัพท์มือถือ ใช่ไหมคะ ที่ต้องมีติดตัวไว้ใช้สำหรับสื่อสาร ใช้ทำงาน อัพเดทข่าวสารทางโซเชียลมีเดีย ถ่ายรูป ฟังเพลง เล่นเกม ถือได้ว่ามีแค่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทั้งวันแล้ว ถึงแม้ว่าโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันจะอัพเดทให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่มีระยะเวลาการใช้งานให้นานได้มากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะใช้แค่ครั้งเดียวในแต่ละวัน ดังนั้นจึงต้องมีอุปกรณ์เสริมที่จะมาช่วยได้ นั่นก็คือ แบตสํารอง หรือ Power Bank นั่นเองค่ะ

แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank) เป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้โทรศัพท์ไปได้ทั้งวัน โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าแบตจะหมด เพียงแค่เสียบสายชาร์จสมาร์ทโฟนต่อเข้ากับแบตสำรอง แค่นี้แบตสำรองก็จะทำหน้าที่จ่ายไฟไปให้ยังอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้แล้วค่ะ นอกจากสมาร์ทโฟนแล้ว ยังสามารถใช้ได้กับอุปกรณ์อย่างอื่น อาทิเช่น แท็บเล็ต MP3 ลำโพงบูทูธ หรืออุปกรณ์ไอทีที่ใช้ไฟไม่มาก ก็สามารถเชื่อมต่อกับแบตเตอรี่สำรอง เพื่อชาร์จไฟได้เช่นกันค่ะ

แต่ในปัจจุบันก็มีแบตสำรองมากมายหลายยี่ห้อให้ได้เลือกใช้ แต่ละแบบก็มีการผลิตมาจากแบตเตอรี่ที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะมีความจุดไฟตั้งแต่ 2200mAh – 32000mAh แล้วเราควรเลือกซื้อ แบตสำรองแบบไหนดี ที่จะสามารถใช้ได้อย่างคุ้มค่า ไม่ส่งผลเสียต่อสมาร์ทโฟนของคุณ สามารถนำติดตัวไปทุกที่ สะดวกในการพกพา วันนี้เราได้จัดอันดับ 8 อันดับ แบตสํารอง ยี่ห้อไหนดี 2023 และได้นำวิธีเลือกซื้อแบตสำรองอย่างไรให้คุ้มค่า และวิธีการดูแลรักษาเพื่อให้ใช้ได้อย่างยาวนานและปลอดภัย มาฝากเพื่อนๆกันค่ะ


สารบัญ
อันดับ 1
Eloop แบตสำรอง รุ่น E29 ความจุ 30000mAh

Eloop แบตสำรอง รุ่น E29 ความจุ 30000mAh

9.9
  • มีความจุ 30000mAh สามารถใช้งานได้หลายรอบ
  • รองรับการชาร์จแบบเร็ว Quick Charge 3.0 และ Power Delivery
  • รองรับกับทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น Iphone Android MP3 MP4 สมาร์ทโฟน และแท็บแล็ตต่างๆ
  • มีไฟ LED คอยบอกสถานะการทำงานอยู่ และระดับแบตเตอรี่ขณะใช้งานได้
อันดับ 2
Remax แบตสำรอง รุ่น W1501 ความจุ 15000mAh

Remax แบตสำรอง รุ่น W1501 ความจุ 15000mAh

9.8
  • มีสายชาร์จแบบ Build in ในตัว 2 แบบ ได้แก่ Lightning และ Type-C
  • มีขาปลั๊กไฟแบบในตัว สามารถชาร์จและพับเก็บได้ง่าย
  • รองรับการชาร์จแบบ QC3.0 Quick Charge และ PD Charger
  • มีระบบป้องกันกระแสไฟเกิน และระบบตัดไฟอัตโนมัติ
อันดับ 3
AUKEY แบตสำรอง รุ่น PB-N83S ความจุ 10000mAh

AUKEY แบตสำรอง รุ่น PB-N83S ความจุ 10000mAh

9.7
  • มีขนาดที่เล็กเล็กกว่าบัตรเครดิต น่ารัก พกพาง่าย
  • มีระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0
  • รองรับการชาร์จแบบพาส-ทรู ที่สามารถชาร์จแบตสำรองกับชาร์จแบตมือถือได้พร้อมกันในเวลาเดียว
  • มีระบบป้องกันหลายชั้น Built-in safeguards ป้องกันไฟรั่ว ไฟช็อต ความร้อนเกิน หรือการชาร์จไฟเกิน
  • สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้

รีวิว 8 อันดับ แบตสํารอง Power Bank ยี่ห้อไหนดี ปี 2023

เราได้จัดอันดับ แบตเตอรี่สำรอง หรือ Power Bank ยี่ห้อไหนดี 2023 และได้นำวิธีเลือกซื้อแบตสำรองอย่างไรให้คุ้มค่า และวิธีการดูแลรักษาเพื่อให้ใช้ได้อย่างยาวนานและปลอดภัย มาฝากเพื่อนๆกันค่ะ

1. Eloop แบตสำรอง รุ่น E29 ความจุ 30000mAh

Eloop แบตสำรอง รุ่น E29 ความจุ 30000mAh

มาเริ่มกันที่ตัวแรกกับ “Eloop รุ่น E29” แบตสำรองที่มาพร้อมกับความจุ 30000mAh ที่เรียกได้ว่าเป็นความจุสูงสุด และยังได้รับมาตรฐานสากล เหมาะสำหรับคนที่ต้องเดินทางไกลหรือต้องการสำรองแบตไว้ใช้ในระยะยาว สำหรับรุ่นนี้มีช่องพอร์ตแบบ USB 2 ช่อง สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้พร้อมกัน 2 เครื่องในเวลาเดียวกัน ตัววัสดุทำจากพลาสติกหุ้มอลูมิเนียม มีความแข็งแรง ทนทาน ดีไซน์เรียบหรู มีเทคโนโลยีรองรับการชาร์จแบบเร็ว Quick Charge 3.0 และ Power Delivery  มีไฟ LED แสดงสถานะการทำงานและเช็คปริมาณความจุของแบตเตอรี่สำรองคงเหลือได้โดยการกดปุ่ม แถมยังรองรับกับทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น Iphone Android MP3 MP4 สมาร์ทโฟนอื่นๆ และแท็บแล็ตต่างๆ ครบจบในตัวเดียวมากๆค่ะ แถมราคาก็กำลังดี สำหรับความจุมากขนาดนี้ เป็นรุ่นที่ขอแนะนำเลยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Eloop รุ่น E29
ความจุ : 30000 mAh
จำนวนพอร์ต : USB 2 ช่อง
การชาร์จไว :
ประเภทของสายชาร์จ : Micro USB และ Type C
ขนาด : 16.4 x 8.6 x 1.9 cm
น้ำหนัก : 450 กรัม

จุดเด่น

มีความจุ 30000mAh สามารถใช้งานได้หลายรอบ รองรับการชาร์จแบบเร็ว Quick Charge 3.0 และ Power Delivery รองรับกับทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น Iphone Android MP3 MP4 สมาร์ทโฟน และแท็บแล็ตต่างๆ มีไฟ LED คอยบอกสถานะการทำงานอยู่ และระดับแบตเตอรี่ขณะใช้งานได้

จุดควรพิจารณา

มีขนาดใหญ่ และ ค่อนข้างหนัก ไม่สามารถใช้กับสายชาร์จของไอโฟน แบบ USB-C ได้

2. Remax แบตสำรอง รุ่น W1501 ความจุ 15000mAh

Remax แบตสำรอง รุ่น W1501 ความจุ 15000mAh

“Remax รุ่น W1501” แบตสำรองของ Remax ที่ได้รับรองมาตรฐานสากล และ มาตรฐาน มอก. สำหรับรุ่นนี้มีความจุแบตเตอรี่ 15000 mAh มาพร้อมสายชาร์จแบบ Build in ในตัว 2 แบบด้วยกันได้แก่ Lightning และ Type-C ซึ่งสามารถใช้งานได้เลย แบบไม่ต้องใช้สายเพิ่ม แต่ก็ยังมีช่องพอร์ตมาให้อยู่ 2 ช่องนะคะ เป็นช่องแบบ USB และ Type-C มาพร้อมกับการชาร์จแบบ QC3.0 Quick Charge และ PD Charger ตัวแบตสำรองจะมีขาปลั๊กไฟแบบในตัว สามารถชาร์จ และพับเก็บได้ง่าย มีหน้าจอแสดงสถานะการทำงานและเช็คปริมาณความจุของแบตเตอรี่สำรองคงเหลือแบบตัวเลขได้อย่างชัดเจน ที่สำคัญรุ่นนี้มีระบบป้องกันกระแสไฟเกิน และระบบตัดไฟอัตโนมัติด้วยนะคะ รับรองว่าใช้งานได้อย่างปลอดภัยแน่นอน แถมมีดีไซน์ที่โดดเด่นดูสะดุดตา ขนาดกะทัดรัด พกพาได้ง่ายสะดวก ไม่เปลืองพื้นที่ในกระเป๋าด้วยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Remax รุ่น W1501
ความจุ : 15000 mAh
จำนวนพอร์ต : 2 ช่อง แบบเป็น USB 1 ช่อง และ Type-C 1 ช่อง
การชาร์จไว :
ประเภทของสายชาร์จ : Micro USB และ Type C, มาพร้อมสายชาร์จแบบ Build in ในตัวแบบ ไลค์ และ Type-C
ขนาด : 8.6 x 8.6 x 3.25 cm
น้ำหนัก : 319 กรัม

จุดเด่น

มีสายชาร์จแบบ Build in ในตัว 2 แบบ ได้แก่ Lightning และ Type-C มีขาปลั๊กไฟแบบในตัว สามารถชาร์จและพับเก็บได้ง่าย รองรับการชาร์จแบบ QC3.0 Quick Charge และ PD Charger มีระบบป้องกันกระแสไฟเกิน และระบบตัดไฟอัตโนมัติ

จุดควรพิจารณา

Power Bank มีโหมดการชาร์จถึง 80% เป็นปกติของสเปครุ่นนี้ ระหว่างชาร์จ ไม่ควร ชาร์จไป เล่นไป ไม่งั้นจะทำให้เครื่องร้อนเกินไป ไม่ควรใช้งานพร้อมกันหลายๆเครื่อง เพราะอาจจะทำให้เครื่องร้อนเกินไปและเป็นอันตรายได้

3. AUKEY แบตสำรอง รุ่น PB-N83S ความจุ 10000mAh

AUKEY แบตสำรอง รุ่น PB-N83S ความจุ 10000mAh

AUKEY รุ่น PB-N83S” แบตสำรองที่ได้รับมาตรฐาน มอก. รุ่นใหม่จากแบรนด์ AUKEY ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมมือถือชื่อดังจากประเทศเยอรมัน สำหรับรุ่นนี้มีความจุของแบตเตอรี่อยู่ที่ 10000 mAh จ่ายกระแสไฟรวมสูงสุด 22.5W PD รองรับระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 ชาร์จเร็วกว่า 4 เท่า มีจุดเด่นตรง ขนาดเล็กที่สุด เล็กกว่าบัตรเครดิต น่ารัก พกพาง่าย มาพร้อมกับพอร์ตเชื่อมต่อจำนวน 2 ช่อง แบ่งออกเป็น USB-A จำนวน 1 ช่อง และพอร์ต USB-C จำนวน 1 ช่อง รองรับการชาร์จแบบพาส-ทรู ที่สามารถชาร์จแบตสำรองกับชาร์จแบตมือถือได้พร้อมกันในเวลาเดียว มีไฟ LED แสดงสถานะของแบตเตอรี่ สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, Nintendo Switch เป็นต้น มีระบบป้องกันหลายชั้น Built-in safeguards รับรองว่าอุปกรณ์ต่อชาร์จของคุณจะไม่เกิด ไฟรั่ว ไฟช็อต ความร้อนเกิน หรือการชาร์จไฟเกินแน่นอนค่ะ ปลอดภัย 100% และยังสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ด้วยนะคะ

ยี่ห้อ/รุ่น : AUKER รุ่น PB-N83S
ความจุ : 10000 mAh
จำนวนพอร์ต : 2 ช่อง แบ่งเป็น USB-A 1 ช่อง และ USB-C 1 ช่อง
การชาร์จไว : 
ประเภทของสายชาร์จ :  USB-A และ USB-C
ขนาด : 2.7 x 5.77 x 8.05 cm
น้ำหนัก : 174 กรัม

จุดเด่น

มีขนาดที่เล็กเล็กกว่าบัตรเครดิต น่ารัก พกพาง่าย มีระบบชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0 รองรับการชาร์จแบบพาส-ทรู ที่สามารถชาร์จแบตสำรองกับชาร์จแบตมือถือได้พร้อมกันในเวลาเดียว ระบบป้องกันหลายชั้น Built-in safeguards ป้องกันไฟรั่ว ไฟช็อต ความร้อนเกิน หรือการชาร์จไฟเกิน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้

จุดควรพิจารณา

ไม่สามารถใช้งานกับสายชาร์ต Type-C ได้ ความจุแค่ 10,000 สำหรับการใช้งานอาจจะใช้ได้ 1-2 รอบ แล้วแต่ระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์นั้นๆ

4. Yoobao แบตสำรอง รุ่น PD26 ความจุ 20000mAh

Yoobao แบตสำรอง รุ่น PD26 ความจุ 20000mAh

“Yoobao รุ่น PD26” แบตสำรองจาก Yoobao ที่มาพร้อมกับความจุ 20000mAh รองรับการชาร์จเร็ว สูงสุด PD20W มีช่องพอร์ตสำหรับชาร์จแบต 2 ช่อง แบ่งออกเป็น USB-A และ Type-C สามารถใช้งานได้พร้อมกันหลายเครื่องในครั้งเดียว มีดีไซน์สีขาวทรงเหลี่ยม ที่เรียบสวย ขนาดกำลังพอดี พกพาได้ง่ายสะดวก มีหน้าจอดิจิตอลแสดงสถานะแบตเตอรี่ ที่สำคัญรุ่นนี้มีระบบป้องกันถึง 9 ระบบ ได้ว่าจะเป็น การป้องกันการชาร์จแบตสำรอง ไม่ให้โวลท์เกิน สำหรับคนที่ชอบชาร์ตแบตค้างไว้ข้ามวันและลืมถอดออก ระบบนี้จะช่วยไม่ให้เกิดไฟลุกได้อย่างดีเลยค่ะ และยังป้องกันไม่ให้ไฟหมดโดยสมบุรณ์จากแบตสำรอง ซึ่งถ้าหมดโดยสมบูรณ์แบตเตอรี่จะเสียได้ ป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนที่สูงเกินไป ป้องกันไม่ให้เกิดไฟกระชาก ซึ่งจะสามารถทำให้มือถือเสียได้ เรียกได้ว่ามีระบบป้องกันที่ครอบคลุมมากๆ รับรองว่าใช้งานได้อย่างปลอดภัย 100% แน่นอนค่ะ แถมมีรับประกันตัวเครื่อง 1 ปีด้วยนะคะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Yoobao รุ่น PD26
ความจุ : 20000 mAh
จำนวนพอร์ต : Input 2 ช่อง Micro , Type-C และ Output 2 ช่อง USB-A , Type-C
การชาร์จไว : 
ประเภทของสายชาร์จ : USB-A และ Type-C
ขนาด : 14.1 x 6.6 x 2.7 cm
น้ำหนัก : 410 กรัม

จุดเด่น

มีความจุ 20000mAh สามารถใช้ได้ยาวนาน รองรับการชาร์จเร็ว สูงสุด PD20W สามารถใช้งานได้พร้อมกันหลายเครื่องในครั้งเดียว มีระบบป้องกันการเกิดไฟรั่วถึง 9 ระบบ หน้าจอดิจิตอลแสดงสถานะแบตเตอรี่แบบชัดเจน

จุดควรพิจารณา

ไม่สามารถใช้งานกับสายชาร์จ USB-C ได้ มีขนาดค่อนข้างหนัก

5. VEGER แบตสำรอง รุ่น P1501 ความจุ 15000mAh

VEGER แบตสำรอง รุ่น P1501 ความจุ 15000mAh

“VEGER รุ่น P1501” แบตสำรองจาก VEGER เรียกได้ว่าเป็นรุ่น SuperFast Charge รองรับระบบการชาร์จเร็ว ที่มาพร้อมกับความจุ 15000mAh วัสดุคุณภาพ ขนาดกำลังพอดีมือ พกพาได้ง่ายสะดวกสุดๆ สำหรับรุ่นนี้มีสายชาร์จ Build in ในตัวแบบ L-Ip และ Type-C และ พอร์ตชาร์จ 2 ช่อง แบ่งออกเป็น USB และ 1 Type-C มาพร้อมขาปลั๊กไฟแบบในตัว สะดวกต่อการใช้งาน สามารถพับเก็บได้ มี หน้าจอ LED แสดงสถานะการทำงานของแบตเตอรี่ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน สำหรับรุ่นนี้ผ่านมาตรฐาน มอก. ด้วยนะคะ สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : VEGER รุ่น P1501
ความจุ : 15000mAh
จำนวนพอร์ต : 2 ช่อง แบ่งเป็น USB 1 ช่อง และ Type-C 1 ช่อง
การชาร์จไว :
ประเภทของสายชาร์จ : USB และ Type-C มาพร้อมสายชาร์จแบบ Build in ในตัวแบบ L-Ip และ Type-C
ขนาด : 8.6 x 8.6 x 3.25 cm
น้ำหนัก : 318 กรัม

จุดเด่น

รับรองการชาร์จเร็ว SuperFast Charge มีสายชาร์จ Build in ในตัวแบบ L-Ip และ Type-C และ พอร์ตชาร์จ 2 ช่อง แบ่งออกเป็น USB และ 1 Type-C มีขาปลั๊กไฟแบบในตัว สะดวกต่อการใช้งาน สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้

จุดควรพิจารณา

ควรกดปุ่ม Power เพียง1ครั้ง โดยไม่กดค้างหรือกดย้ำซ้ำๆ เพราะอาจทำให้เครื่องค้างได้ รอตัวแบตสำรองทำงานภายใน2-3วิ หากกดค้างหรือกดย้ำซ้ำๆจะทำให้ตัวเครื่องรวนได้ เวลาชาร์จแล้วอาจจะเกิดปัญหาไฟตัดเองบ้างเป็นบางครั้ง แนะนำให้เปิด-ปิดใหม่ เพื่อใช้งานต่อ

6. ZMI แบตสำรอง รุ่น P02ZM MagFit ความจุ 5000mAh

ZMI แบตสำรอง รุ่น P02ZM MagFit ความจุ 5000mAh

“ZMI รุ่น P02ZM” เป็นแบตสำรองแบบ MagFit Powerbank จาก ZMI ที่มาพร้อมกับความจุ 5000mAh ดีไซน์สวยงาม ลงตัว พื้นผิวเคลือบเซรามิกแบบ Double-Shot มีความบางเพียง 12.3มม. สามารถชาร์จไปเล่นไปได้สบายๆ โดยวิธีใช้งานสามารถใช้ได้ 2 แบบ แบบแรกคือแบบไร้สาย ซึ่งตัวแบตสำรองมีแม่เหล็กพลังดูดสูง สามารถชาร์จเมื่อใส่เคสได้อย่างสบายๆ หรืออีกแบบหนึ่ง ก็คือการชาร์จแบบสายปกติ แบบ USB-C เท่านั้นค่ะ มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยโดยมีระบบความปลอดภัยถึง 9 ชั้น ไม่ว่าจะเป็นการป้องกัน อุณหภูมิเกิน การลัดวงจร ป้องกันกระแสไฟเข้า-ออกจนเกินกำหนด และยังมีระบบป้องกันและตรวจจับวัตุแปลกปลอมด้วยนะคะ ใช้งานได้อย่างปลอดภัยแน่นอนค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น :  ZMI รุ่น P02ZM MagFit
ความจุ : 5000mAh
จำนวนพอร์ต : USB-C 1 ช่อง
การชาร์จไว : 
ประเภทของสายชาร์จ :  แบบไร้สาย Wireless Charger
ขนาด : 10.39 x 6.83 x 1.23 cm
น้ำหนัก : 137 กรัม

จุดเด่น

มีขนาดเล็ก พกพาง่าย สามารถชาร์จและเล่นไปได้แบบไม่เกะกะ สามารถชาร์จแบบไร้สายและมีสายได้ทั้ง 2 แบบ มีระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 9 ชั้น

จุดควรพิจารณา

สำหรับ iPhone 8 - 11 Series จำเป็นต้องใส่เคสแม่เหล็ก เพื่อใช้งานเป็นตัวยึดโทรศัพท์ กับแบตเตอรี่สำรอง สามารถใช้ได้กับไอโฟนหรืออุปกรณ์ที่ใช้สาย USB-C เท่านั้น สามารถใช้ชาร์จมือถือแบบเต็มได้แค่ 1 ครั้ง

7. ACMIC แบตสำรอง รุ่น W15 ความจุ 15000mAh

ACMIC แบตสำรอง รุ่น W15 ความจุ 15000mAh

“ACMIC รุ่น W1501” เป็นแบตสำรองที่ได้รับมาตรฐาน มอก. อีกตัวหนึ่งค่ะ มีดีไซน์ที่น่ารัก เล็กกระทัดรัด มีหลากหลายสีให้ได้เลือกใช้ มาพร้อมกับความจุ 15000mAh รองรับการชาร์จเร็ว Fast Charge PD20W และ Quick Charge 3.0 มีสายชาร์จ Built-in ในตัว แบ่งเป็น L-Cable และ Type-C มีช่องพอร์ต 4 ช่อง แบ่งออกเป็น USB, Type-C, L- Cable และ Type-C Cable ใช้งานได้กับอุปกรณ์ที่หลากหลาย สมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ ที่รองรับ แบตสำรองมีขาปลั๊กในตัวแบบพับได้ 90 องศา สำหรับชาร์จไฟเข้า สะดวกต่อการใช้งาน มีหน้าจอ LED แสดงสถานะการทำงานของแบตเตอรี่ ที่สำคัญมีระบบป้องกันกระแสไฟเกินและป้องกันอุณหภูมิสูงด้วยนะคะ ใช้งานได้อย่างปลอดภัยแน่นอน สำหรับรุ่นนี้สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ค่ะ และยังมีรับประกันสินค้า 1 ปีด้วยนะคะ

ยี่ห้อ/รุ่น : ACMIC รุ่น W1501
ความจุ : 15000mAh
จำนวนพอร์ต : 4 ช่อง USB, Type-C, L- Cable และ Type-C Cable
การชาร์จไว : 
ประเภทของสายชาร์จ : USB และ Type-C มาพร้อมสายชาร์จแบบ Build in ในตัวแบบ L-Cable และ Type-C
ขนาด : 8.6 x 8.6 x 32.5
น้ำหนัก : 318 กรัม

จุดเด่น

รองรับการชาร์จเร็ว Fast Charge PD20W และ Quick Charge 3.0 มีสายชาร์จ Built-in ในตัว แบ่งเป็น L-Cable และ Type-C มีช่องพอร์ต 4 ช่อง แบ่งออกเป็น USB, Type-C, L- Cable และ Type-C Cable มีขาปลั๊กไฟแบบในตัว สะดวกต่อการใช้งาน มีระบบป้องกันกระแสไฟเกินและป้องกันอุณหภูมิสูง สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้

จุดควรพิจารณา

ไม่ควรปล่อยให้แบตสำรองมีปริมาณต่ำกว่า 25% บ่อยครั้ง เพื่อยืดอายุการใช้งาน

8. Anker แบตสำรอง รุ่น523 PowerCore ความจุ 10000mAh

Anker แบตสำรอง รุ่น523 PowerCore ความจุ 10000mAh

มาถึงตัวสุดท้ายกับ “Anker รุ่น 523 PowerCore” แบตสำรองของ Anker แบรนด์ดังจากอเมริกา ดีไซน์บางสวย น้ำหนักเบา สามารถพกพาไปได้ทุกที่ โดยรุ่นนี้ได้อัพเกรดมากจากรุ่น PowerCore Slim 10000 ให้ช่อง USB-A 12W เพิ่มเป็น 22.5W ซึ่งสามารถรองรับอุปกรณ์ต่างๆได้หลากหลายยิ่งขึ้น โดยมีความจุอยู่ที่ 10000mAh รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วแบบ Power Delivery (PD) และ Quick Charge (QC) มีช่องพอร์ต 2 ช่อง แบ่งออกเป็น USB-A 1 ช่อง และ USB-C 1 ช่อง สามารถใช้งานพร้อมกันได้ แถมมีรับประกันสินค้าถึง 2 ปีเลยค่ะ

ยี่ห้อ/รุ่น : Anker รุ่น 523 PowerCore
ความจุ : 10000mAh
จำนวนพอร์ต : 2 ช่อง แบ่งเป็น USB-A 1 ช่อง และ USB-C 1 ช่อง
การชาร์จไว : 
ประเภทของสายชาร์จ : USB-A และ USB-C
ขนาด : 15.3 x 7.2 x 1.6 cm
น้ำหนัก : 250 กรัม

จุดเด่น

มีน้ำหนักเบา สามารถพกพาไปได้ทุกที่ สามารถรองรับอุปกรณ์ต่างๆได้หลากหลาย รองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วแบบ Power Delivery (PD) และ Quick Charge (QC) มีรับประกันสินค้า 2 ปี

จุดควรพิจารณา

ไม่สามารถใช้งานกับสายชาร์ต Type-C ได้

วิธีเลือกซื้อแบตสำรองหรือพาวเวอร์แบงค์อย่างไรให้คุ้มค่ามากที่สุด

ก่อนซื้อแบตสำรองต้องดูอะไรบ้าง ปัจจัยในการเลือกซื้อแบตสำรอง นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราเลือกตาม 5 วิธีนี้ ก็สามารถเลือกซื้อแบตสำรองได้อย่างถูกต้อง เพื่อช่วยปกป้องสมาร์ทโฟน หรือ Smart Device ของคุณให้ปลอดภัยเมื่อใช้งาน ส่งผลให้เราใช้งานแบตสำรองที่เราเสียเงินซื้อมาได้นานขึ้นกว่าเดิม

1. เลือกซื้อ แบตสำรอง ยี่ห้อไหนดี ให้เหมาะกับการใช้งาน

แบตสำรองอุปกรณ์เสริมมือถือ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ผู้ใช้งานทุกคนต้องมีติดไว้แน่นอน ที่จะมาช่วยเติมเต็มแบตเตอรี่ของเราให้เพียงพอกับการใช้งานระหว่างวันได้อย่างไม่มีปัญหา สำหรับวิธีการเลือกซื้อ แบตสำรอง ในข้อแรกที่ควรพิจารณาเลยก็คือ การเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราให้ได้มากที่สุด หากเราแค่อยากพาชาร์จงานระหว่างวันความจุ 3,000- 5,000 mAh ถึงว่าเพียงพอ ยิ่งมีความจุน้อยขนาดก็จะยิ่งเล็กลงเหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องการพกของไม่เยอะ และไม่อยากจะพกแบตสำรองที่มีขนาดใหญ่มาก แต่หากใครที่เน้นใช้งานนำไปเดินทางที่ไกล ๆ ก็ต้องเหมาะกับความจุที่จัดเต็มอย่าง 20000mAh ขึ้นไป จะตอบโจทย์กว่า แต่เราก็ต้องดูด้วยว่าแบตสำรองที่เลือกมากรองรับการใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนของเราได้หรือไม่ ซึ่งสามารถดูข้อมูลสินค้าได้จากรายละเอียดที่ทางแบรนด์แจ้ง หรือที่ระบุไว้หน้ากล่อง

2. เลือกซื้อ แบตสำรอง จากความจุ หรือปริมาณแบตเตอรี่

ก่อนการเลือกซื้อแบตสำรอง ทุกครั้งเราควรตรวจสอบอุปกรณ์ของเราก่อนเสมอ ว่ารองรับการชาร์จใช้งานในรูปแบบใดได้บ้าง มีแบตเตอรี่ความจุที่เท่าไหร่ เพื่อที่จะได้เลือกใช้งานได้อย่างถูกต้อง จากนั้นให้เรามาสังเกตจากตัวเลข mAh (มิลลิแอมป์) ซึ่งเราควรเลือกตามขนาดที่มีความจุมากกว่า 3 เท่าของแบตเตอรี่ตัวเครื่อง ปกติแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 2000 – 3000 mAh เพื่อที่จะชาร์จได้ 1 – 2 รอบ เราควรเลือกใช้แบตสำรองที่มีความจุ 6000 – 10000 mAh แต่ถ้าใครต้องพกอุปกรณ์เสริมมือถือมากกว่า 1 เครื่อง แนะนำว่าความจุมากกว่า 10,000 mAh ขึ้นไป เพื่อให้เพียงพอกับอุปกรณ์ที่เราจะชาร์จ

3. เลือกซื้อ แบตสำรอง จากการจ่ายไฟ และเทคโนโลยีการชาร์จเร็ว

อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือ แบตสำรองที่ชาร์จได้เร็ว เทคโนโลยีชาร์จเร็ว ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยลดระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้ใช้เวลาในการชาร์จน้อยลง เทคโนโลยีที่เรารู้จักกันดีคงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีชาร์จเร็วอย่าง Power Delivery PD ที่มักเจอในระบบ iOS จาก Apple และ เทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Quick Charge 3.0 หรือ Fast Charge พบทั้งระบบ iOS และ Android ซึ่งเราก็ต้องรู้ก่อนว่าสมาร์ทโฟน และแบตสำรองที่เราจะนำมาใช้สามารถใช้งานร่วมกันได้หรือไม่

4. เลือกซื้อ แบตสำรอง จากดีไซน์ และขนาดน้ำหนัก

ยิ่งหากเราอยากได้แบตสำรองที่มีดีไซน์ที่เล็กลง นํ้าหนักเบาทำให้พกพาง่าย ความจุก็จะลดน้อยลงตามเช่นกัน และหากว่าอยากได้ความจุที่มากขึ้น ก้ยังส่งผลทำให้การชาร์จไฟเข้าเพาเวอร์แบงค์ก็จะนานยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ขนาดความจุ 20000 mAh จะใช้เวลามากถึง 15 – 18 ชั่วโมง ดังนั้นเราควรเลือกแบตสำรองให้เหมาะสมกับการใช้งานของเรา

5. เลือกซื้อ แบตสำรอง จากแบรนด์น่าเชื่อถือ มีมาตรฐานความปลอดภัย

การรเลือกซื้อแบตสำรอง จากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือพร้อมมาตรฐานการป้องกันทั้งระบบป้องกันกระแสไฟฟ้าลัดวงจร, กระแสไฟเกิน และป้องกันความร้อนสูง หรือมีฟีเจอร์ช่วยตัดไฟอัตโนมัติเมื่อชาร์จเต็ม ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้มีความสำคัญที่ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยจากการใช้งาน พร้อมยังช่วยถนอมอุปกรณ์เสริมมือถือของเราให้ใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น

วิธีการดูแลรักษา แบตสำรอง ให้ใช้ได้นานๆ

วิธีการดูแลรักษา แบตสำรอง ให้ใช้ได้นานๆ

– ถ้าแบตสำรองกำลังชาร์จไฟอยู่ ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือเล่นไปคุยไปขณะชาร์จ เพราะจะเกิดความร้อนทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไว

– หลีกเลี่ยงการนำแบตสำรอง ไปวางไว้ใกล้กับความร้อนต่างๆหรือตากแดดไว้หน้ารถยนต์

– เวลาชาร์จไฟเข้าถ้าความจุเต็มแล้ว ควรถอดปลั๊กไฟนำเข้าออกเซลล์แบตเตอรี่จะได้ไม่ร้อนและถ้าปล่อยกระแสให้มือถือสมาร์ทโฟนเต็มแล้วควรถอดสายชาร์จออกเช่นเดียวกัน

– ควรเลือก Adapter และสาย USB ที่จะต่อชาร์จนำไฟเข้าต้องมีคุณภาพดีได้มาตราฐาน และแอมป์ที่เหมาะสมกับสเปกของแบตสำรอง ไม่ควรใช้ของปลอมแถมอัตรายด้วย

– กรณีถ้าแบตสำรอง เป็นแบบ Lithium Ion ใช้ให้ใกล้หมดแล้วนำมาชาร์จ ไม่ควรปล่อยให้แบเตอรี่หมดเกลี้ยงจะทำให้แบตเสื่อม เพราะว่าถ้าความดันต่ำหรือเหลือน้อย จะทำให้สารในแบตเตอร์ที่มีฤิทธิ์เป็นกรดทำงานแบตก็จะเสื่อมเร็ว ถ้าแบตเหลือ 20-30% แล้วนำมาชาร์จได้เลย

– กรณี แบตสำรอง เป็นแบบ Lithium Polymer อย่าปล่อยให้แบตหมดเกลี้ยงหรือน้อยจะดีกว่าแบบ Lithium Ion คือสามารถชาร์จไฟเข้าได้เลยไม่ต้องรอให้แบตเหลือน้อย เนื่องจากว่าแบต Lithium Polymer รับไฟเข้าได้เลย ถ้าใช้เวลานานจะมีความร้อนเกิดขึ้นและจะทำให้แบตเสื่อมเร็ว

– ไม่ควรให้แบตสำรองตกหล่นถูกกระแทก (สารเคมีอาจรั่วไหลออกมาเป็นอันตราย) หรือถูกน้ำโดยเด็ดขาด


บทส่งท้าย Power Bank แบตสํารอง ยี่ห้อไหนดี 2023

จากรีวิวและบทความที่ได้นำมาฝากกันในวันนี้จะเห็นได้ว่า การเลือกซื้อแบตสำรองนั้นสำคัญมากๆ เราควรเลือกซื้อให้เหมาะกับการใช้งานของเราให้ได้มากที่สุด ที่นอกจากจะเลือกแบบที่พกพาได้สะดวก มีสายชาร์จ Built-in ในตัว เป็นแบบไร้สายหรือใช้สายปกติ ซึ่งนอกจากสิ่งนี้แล้ว อีกสิ่งสำคัญที่ควรต้องดูคือสมาร์ทโฟนที่คุณใช้ มีความจุแบตเตอรี่เท่าไหร่ คุณต้องเลือกตามขนาดที่มีความจุมากกว่า 3 เท่าของแบตเตอรี่ตัวสมาร์ทโฟนของคุณ และควรเลือกซื้อจากแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือพร้อมมาตรฐานการป้องกันการเกินไฟรั่ว หรือมีระบบตัดไฟเมื่อใช้ไฟเกิน ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้มีความสำคัญที่ช่วยในเรื่องของความปลอดภัยจากการใช้งาน พร้อมยังช่วยถนอมอุปกรณ์เสริมมือถือของเราให้ใช้งานได้อย่างยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ

บทความที่คุณอาจสนใจ