รีวิว 10 รุ่น Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด ปี 2023 เสียงดี เล่นเกม ฟังเพลง

รีวิว 10 รุ่น Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด ปี 2023 เสียงดี เล่นเกม ฟังเพลง
โดย Newthape
July 13, 2023 ใน คอมพิวเตอร์ แล็ปท็อป อุปกรณ์เสริม
787
-1

Sound Card หรือ การ์ดเสียง เป็นส่วนประกอบฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการและปรับปรุงความสามารถด้านเสียงของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต มือถือ เกมคอนโซล ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เสียง เช่น ลำโพง หูฟัง หรือไมโครโฟน หน้าที่หลักของการ์ดเสียงคือการแปลงสัญญาณเสียงดิจิทัลเป็นสัญญาณอนาล็อกที่สามารถได้ยินผ่านลำโพงหรือหูฟัง

ซาวด์การ์ด ให้คุณภาพเสียงที่เหนือกว่า ตำแหน่งเสียงที่แม่นยำ และมักจะมาพร้อมกับคุณสมบัติเพิ่มเติม เช่น การลดเสียงรบกวน การตั้งค่าที่ปรับแต่งได้ และแอมพลิฟายเออร์สำหรับหูฟังโดยเฉพาะ มีการใช้กันอย่างแพร่หลายโดยผู้รักเสียงเพลง คอหนัง คอซีรี่ย์ เหล่านักเกมเมอร์ และมืออาชีพในสาขางานสร้างสรรค์ต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพเสียงและเพิ่มประสบการณ์การฟังให้ดียิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด เหมาะกับเกมเมอร์ และเหล่าผู้รักเสียงเพลงโดยเฉพาะ

ในตลาดอุปกรณ์เกี่ยวกับเครื่องเสียงของประเทศไทย มีตัวเลือก ซาวด์การ์ดเสียงดี ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของเพื่อนๆ เหล่าผู้ที่ชื่นชอบเสียงเพลง มืออาชีพ เกมเมอร์ คนรักหนัง และผู้ใช้ทั่วไป จากแบรนด์ที่มีชื่อเสียงไปจนถึงผู้ผลิตหน้าใหม่ รีวิวนี้เน้น 10 Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด ที่เป็นที่นิยมและหาซื้อได้ง่ายในตลาดประเทศไทย ทั้งแบบ Internal และ External แต่ละแบรนด์นำเสนอคุณสมบัติเฉพาะ ประสิทธิภาพ และราคา เพื่อให้มั่นใจว่ามีสิ่งที่เพื่อน ๆ กำลังมองหาและต้องการยกระดับประสบการณ์การฟังเสียงของแต่ละคนให้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น


สารบัญ
1
อันดับ 1
Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - CREATIVE SOUND BLASTER X G6

CREATIVE SOUND BLASTERX G6

  • การ์ดเสียง USB ใช้งานได้กับ PS4/5, Xbox One, Nintendo Switch และ PC ระบบเสียง 7.1 Dolby Digital รอบทิศทาง
  • มีปุ่มปรับ Volume ขนาดใหญ่ ที่มีไฟบ่งบอกสถานะ และสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้โดยตรง
  • มีเทคโนโลยีใหม่ XAMP ที่ให้มาถึง 2 ชุดคู่ซ้าย-ขวา ให้เสียงที่โอบล้อมรอบทิศทาง บรรยากาศสมจริง
  • ขับเสียงหูฟังได้ตั้งแต่ 1-600 ohm ใช้ได้กับหูฟังเกือบทุกตัวในท้องตลาด ลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 130 db
2
อันดับ 2
Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - EPOS Sennheiser GSX 1000

EPOS Sennheiser GSX 1000

  • ซาวด์การ์ดแบบ DAC AMP เกมมิ่งระดับ Hi-End คุณภาพเสียงรอบทิศทาง 7.1 ด้วย Sennheiser Binaural Rendering Engine ให้เสียงที่โดดเด่นทั้งภาพยนตร์ เพลง และเกม
  • มีโหมดต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย เซฟการตั้งค่าได้ทั้งหมด 4 แบบ สามารถเชื่อมต่อหูฟังและลำโพงได้พร้อมกัน (สลับโหมดได้)
  • หน้าจอ LED ใช้ระบบสัมผัสทั้งหมด และวงแหวนปรับเสียงทำจากอะลูมิเนียมอย่างดี สวยงาม
  • มีระบบตัดเสียงและช่วยให้เสียงไมโครโฟนชัดขึ้น
3
อันดับ 3
Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - CREATIVE SOUND BLASTER Z-SE

CREATIVE SOUND BLASTER Z-SE

  • การ์ดเสียงแบบ Internal สเปคเยี่ยม ที่ได้รับการปรับแต่งมาให้มีประสิทธิสูงสุด รองรับการเล่นเกมและสื่อบันเทิงต่างๆ
  • ใช้โปรเซสเซอร์เสียง Core3D ไม่รบกวนการทำงานของ CPU ของคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ได้รับเสียง audio และ voice ที่มีประสิทธิภาพสูง
  • รองรับเสียง 5.1 และการจำลองเสียงรอบทิศทาง 7.1 ไม่ว่าจะฟังจากลำโพงหรือหูฟัง
  • ลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 116 dB ช่วยขับเสียงหูฟังได้ถึง 600 ohm และมี CrystalVoice ช่วยให้เสียงพูดใส คมชัด

รีวิว Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด ซาวด์การ์ดเล่นเกม

รวม 10 รุ่น ซาวด์การ์ด การ์ดเสียง สำหรับฟังเพลง เล่นเกม ดูหนัง ที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพเสียงให้ดียิ่งขึ้น ยกระดับประสบการณ์การฟังเสียงของคุณให้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

1. CREATIVE SOUND BLASTER X G6

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - CREATIVE SOUND BLASTER X G6

Sound Card ตัวท็อปแบรนด์เกมมิ่ง จาก CREATIVE การันตีด้วยรางวัล CES 2019 ดีไซน์สวยหรู น้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด มีปุ่มปรับ Volume ขนาดใหญ่ ทั้งยังสามารถกดได้สำหรับเป็นปุ่มควบคุมเสียงต่าง ๆ เช่น กด Mute เสียง ปรับความดังของไมโครโฟนได้ เป็น Sound Card แบบ External เชื่อมต่อจากภายนอกได้เลย ชิพเสียงระดับ Audiophile จาก ESS ถอดรหัสเสียงได้สูงสุด 32 Bit/384 kHz ใช้งานได้กับทุกเครื่องเล่นเกม มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ XAMP ที่ให้มาถึง 2 ชุดคู่ซ้าย-ขวา ขับเสียงหูฟังได้ตั้งแต่ 1-600 ohm เรียกได้ว่าขับหูฟังได้เกือบทุกตัวในท้องตลาดอย่างแน่นอนค่ะ ลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 130 db รองรับ Dolby นอกจากนั้นยังปรับแต่งตั้งค่าผ่านซอฟต์แวร์ของ Sound Blaster Connect ได้เลย

จุดเด่น

การ์ดเสียง USB ใช้งานได้กับ PS4/5, Xbox One, Nintendo Switch และ PC ระบบเสียง 7.1 Dolby Digital รอบทิศทาง มีปุ่มปรับ Volume ขนาดใหญ่ ที่มีไฟบ่งบอกสถานะ และสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้โดยตรง มีเทคโนโลยีใหม่ XAMP ที่ให้มาถึง 2 ชุดคู่ซ้าย-ขวา ให้เสียงที่โอบล้อมรอบทิศทาง บรรยากาศสมจริง ขับเสียงหูฟังได้ตั้งแต่ 1-600 ohm ใช้ได้กับหูฟังเกือบทุกตัวในท้องตลาด ลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 130 db

จุดควรพิจารณา

เสียงพูดของตัวละครอาจโดนเสียงเอฟเฟกต์กลบเล็กน้อย การเชื่อมต่อเข้ากับ iPhone ต้องระวัง หากเชื่อมต่อโดยตรงอาจจะใช้งานกับ iPhone เครื่องนั้นไม่ได้อีกเลย ต้องเริ่มจากต่อ Apple Lightning to USB3 Camera Adapter แล้ว ชาร์จไฟเพิ่มด้วย แล้วค่อยต่อกับ Sound Card

2. EPOS Sennheiser GSX 1000

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - EPOS Sennheiser GSX 1000

Sound Card ที่จะเสกให้ลำโพงและหูฟังของเพื่อนๆ เสียงดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เหมาะสำหรับเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ดีไซน์เรียบหรูทันสมัย การใช้งานเป็นระบบสัมผัสทั้งหมด เพียงแค่เชื่อมต่อผ่านสาย USB ก็ใช้งานได้เลย ไม่จำเป็นต้องลงไดร์เวอร์ สะดวกกว่าด้วยที่มีช่องต่อหูฟังและลำโพง ซึ่งสามารถเสียบได้พร้อมกันโดยไม่ต้องถอดเข้า ๆ ออก ๆ เหมือน Sound Card ตัวอื่น ๆ ซึ่งสามารถเลือกได้ว่าจะให้เสียงออกทางไหน ตัวปรับ Volume ขนาดใหญ่ ใช้นิ้วสัมผัสเลื่อนไปตามวงกลม โดยการตั้งค่าอื่นๆ จะอยู่บนหน้าจอสัมผัสในวงกลมตรงกลาง มีโหมดใช้งานเสียงให้เลือกหลายแบบ นอกจากนั้นด้านข้างยังมีปุ่มปรับระดับความดังของเพื่อนเวลาเล่มเกมได้อีกด้วย และยังสามารถเซฟการตั้งค่าได้ถึง 4 แบบผ่านการสัมผัสทั้ง 4 ด้าน ขับเสียงหูฟังได้ตั้งแต่ 16-150 ohm

จุดเด่น

ซาวด์การ์ดแบบ DAC AMP เกมมิ่งระดับ Hi-End คุณภาพเสียงรอบทิศทาง 7.1 ด้วย Sennheiser Binaural Rendering Engine ให้เสียงที่โดดเด่นทั้งภาพยนตร์ เพลง และเกม มีโหมดต่าง ๆ ให้เลือกมากมาย เซฟการตั้งค่าได้ทั้งหมด 4 แบบ สามารถเชื่อมต่อหูฟังและลำโพงได้พร้อมกัน สลับโหมดได้ง่ายๆแค่ปุ่มเดียว หน้าจอ LED ใช้ระบบสัมผัสทั้งหมด และวงแหวนปรับเสียงทำจากอะลูมิเนียมอย่างดี สวยงาม มีระบบตัดเสียงและช่วยให้เสียงไมโครโฟนชัดขึ้น

จุดควรพิจารณา

มีราคาสูง เมื่อเทียบกับ Sound Card รุ่นอื่นๆ การใช้งานจริงควรวางไว้ห่างจากมือเล็กน้อย เพราะเป็นระบบสัมผัส อาจจะกดไปโดนโดยไม่ตั้งใจได้

3. CREATIVE SOUND BLASTER Z-SE

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - CREATIVE SOUND BLASTER Z-SE

ซาวการ์ดติดตั้งภายในสำหรับคอมพิวเตอร์โดยเฉพาะ เหมาะกับการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ได้ทุกกิจกรรมบันเทิง ใช้โปรเซสเซอร์เสียง Core3D ถ่ายทอดเสียงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รองรับเสียง 5.1 และการจำลองเสียง 7.1 ทำให้ขับเสียงออกมาได้ชัด สมจริง ลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 116 dB และสามารถขับเสียงหูฟังได้ถึง 600 ohm มี CrystalVoice ช่วยให้เสียงพูดใส คมชัด ถอดรหัสเสียงได้สูงสุด 24 bit/192 kHz รองรับ Dolby นอกจากนั้น Sound Card รุ่นนี้ยังมีความพิเศษที่มีการปรับตั้งค่าเสียงให้เหมาะกับการเล่นเกมแต่ละแบบโดยเฉพาะ อาทิเช่น Apex Legends, Fortnite, Overwatch, และ Player Unknown’s Battlegrounds รับรองว่าโดนใจสายเกมเมอร์อย่างแน่นอนค่ะ

จุดเด่น

การ์ดเสียงแบบ Internal สเปคเยี่ยม ที่ได้รับการปรับแต่งมาให้มีประสิทธิสูงสุด รองรับการเล่นเกมและสื่อบันเทิงต่างๆ ใช้โปรเซสเซอร์เสียง Core3D ไม่รบกวนการทำงานของ CPU ของคอมพิวเตอร์ ส่งผลให้ได้รับเสียง audio และ voice ที่มีประสิทธิภาพสูง รองรับเสียง 5.1 และการจำลองเสียงรอบทิศทาง 7.1 ไม่ว่าจะฟังจากลำโพงหรือหูฟัง ลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 116 dB ช่วยขับเสียงหูฟังได้ถึง 600 ohm และมี CrystalVoice ช่วยให้เสียงพูดใส คมชัด

จุดควรพิจารณา

เป็น Sound Card แบบ Internal เชื่อมต่อภายในกับเมนบอร์ดคอมพิวเตอร์ ไม่มี Driver สำหรับ MacOS เครื่อง Mac จะใช้การ์ดนี้ไม่ได้

4. CREATIVE SOUND BLASTER X1

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - CREATIVE SOUND BLASTER X1

Sound Card ขนาดเล็กกะทัดรัด มินิไซส์ เหมาะแก่การพกพา-เดินทาง ใช้งานได้ในทุกสถานที่ ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ได้อย่างเต็มรูปแบบ หรือจะใช้งานกับเกมคอนโซลก็ได้เช่นกัน โดยมีแอปพลเคชันให้ปรับแต่งและตั้งค่าภายในได้ เหมาะสำหรับเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง ให้เสียงโอบล้อมรอบทิศทางในรูปแบบ 5.1 และ 7.1 channels ขับเสียงหูฟังได้ตั้งแต่ 16-600 ohm ถอดรหัสเสียงได้สูงสุด 16/24-bit / 48.0,96.0 kHz นอกจากนั้นยังสามารถปรับเสียงพูดให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น ลดสัญญาณเสียงรบกวน ปรับปรุงคุณภาพเสียงให้ดีขึ้นได้อีกด้วยค่ะ มีฟังก์ชันการเปิด-ปิดไมค์อัตโนมัติ เพื่อตัดเสียงรบกวนออก นับว่าเป็น Sound Card ที่จิ๋วแต่แจ๋วจริง ๆ ค่ะ

จุดเด่น

ราคาไม่สูงมาก เมื่อเทียบกับ Sound Card รุ่นกลางไปจนถึงรุ่นใหญ่ Sound Card DAC USB ขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก ติดตั้งง่าย Super X-Fi ที่จำลองเสียงเสมือนจริงผ่านหูฟัง ขับเสียงหูฟังได้ถึง 600 ohm รองรับเสียง 5.1 และการจำลองเสียงรอบทิศทาง 7.1 มีฟังก์ชันการเปิด-ปิดไมค์อัตโนมัติ

จุดควรพิจารณา

เวลาตั้งค่าอุปกรณ์ต้องตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชัน มีอินพุตและเอาต์พุตจำนวนจำกัด ไม่มีส่วนควบคุมแบบอินไลน์สำหรับการปรับแต่งเสียง

5. CREATIVE SOUND BLASTER AUDIGY FX

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - CREATIVE SOUND BLASTER AUDIGY FX

Sound Card แบบ Internal เชื่อมต่อกับเมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ได้เลย ดีไซน์สีดำเรียบหรู มีความสูงเพียงครึ่งหนึ่งของการ์ดเสียงทั่วไป ใช้โปรเซสเซอร์ของ Creative E-MU ถอดรหัสเสียงได้สูงสุด 24 bit / 192 kHz รองรับเสียง 5.1 channels ลดสัญญาณรบกวนได้ถึง 106 dB ขับเสียงหูฟังได้ถึง 600 ohm สามารถเชื่อมต่อกับหูฟัง ลำโพง และไมค์ได้หลายช่องทาง เหมาะกับการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม มาพร้อม CD ลงไดร์เวอร์ หรือจะโหลดจากเว็บเจ้าของผู้ผลิตก็ได้เช่นกัน ซอฟต์แวร์ใช้งานง่าย มีหลายลูกเล่น ปรับจูนเสียงได้หลากหลายแบบตามแต่ที่เพื่อน ๆ ต้องการเลยค่ะ

จุดเด่น

การ์ดเสียงแบบ Internal ที่มีราคาถูกกว่ารุ่นอื่นๆ แต่ได้เสียงคุณภาพจาก CREATIVE การ์ดเสียงขนาดไม่ใหญ่มาก ติดตั้งได้ง่าย ไม่เปลืองพื้นที่ ขับเสียงหูฟังได้ถึง 600 ohm

จุดควรพิจารณา

รองรับระบบเสียงได้แค่ 5.1 เป็น Sound Card แบบ Internal เชื่อมต่อภายในกับเมนบอร์ดคอมพิวเตอร์

6. EPOS Sennheiser GSX 300

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - EPOS Sennheiser GSX 300

External Sound Card รุ่นเล็ก ดีไซน์สวยงามไม่เหมือนใคร สีดำเรียบง่าย ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เชื่อมต่อแล้วสามารถใช้งานได้เลย มาพร้อมกับปุ่มปรับ Volume ขนาดใหญ่ และปุ่มฟังก์ชันสำหรับเปลี่ยนรีเซต มีช่องสำหรับเสียบสาย USB ไมโครโฟน และหูฟัง ใช้งานผ่านซอฟต์แวร์ EPOS Gaming Suite สามารถปรับตั้งค่าคุณภาพเสียงได้ตามที่เพื่อน ๆ ต้องการ เหมาะกับการเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง รับชมความบันเทิงได้อย่างเต็มอรรถรส รองรับความละเอียด 24 bit / 96 kHz สำหรับโหมด 2.0 หากเปิดโหมด 7.1 Surround จะรองรับความละเอียดที่ 16 bit / 48 kHz เสียงมีความเคลียร์ ใส ชัดเจน โปร่ง ช่วยดันคุณภาพเสียงของหูฟังได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เหมาะกับเหล่าเกมเมอร์ตัวยงมากๆ ค่ะ

จุดเด่น

คุณภาพเสียงรอบทิศทาง 7.1 ด้วย Sennheiser Binaural Rendering Engine ให้เสียงที่โดดเด่นทั้งภาพยนตร์ เพลง และเกม ซาวด์การ์ดดีไซน์กระทัดรัดและทันสมัย ซอฟต์แวร์ปรับแต่งการใช้งานได้ทั้งหูฟังและไมค์ สลับโปรไฟล์เสียงที่สร้างใน EPOS Gaming Suite อย่างรวดเร็วด้วยการกดปุ่มง่ายๆ

จุดควรพิจารณา

วัสดุเป็นพลาสติก อาจไม่ทนทานเท่ากับการ์ดเสียงรุ่นใหญ่ที่ใช้โลหะ รองรับการใช้งานกับ Windows PC เท่านั้น

7. CREATIVE SOUND BLASTER GC7

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - CREATIVE SOUND BLASTER GC7

การ์ดเสียงเกมมิ่งระดับเทพ ในราคาจับต้องได้ ดีไซน์ล้ำ พื้นสีดำตัดกับปุ่มและไฟ RGB สีต่าง ๆ สามารถมองเห็นได้ชัดแม้ในที่มืด มีปุ่มปรับแต่งเสียงหลายปุ่มให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกสบาย ไม่ว่าคุณจะปรับแต่งเสียงไมโครโฟน หรือโหมดเสียงต่าง ๆ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย หรือจะปรับแต่งเพิ่มเติมผ่านซอฟต์แวร์และสมาร์ทโฟนก็ได้เช่นกัน ใช้ UltraDSP chip เป็นตัวควบคุมเครื่อง รองรับเสียงที่ความละเอียดสูงสุด 24-bit/192 kHz ใช้งานกับหูฟัง 300 ohm ได้สบาย ๆ เลยค่ะ รองรับ Dolby Audio จำลองเสียง 5.1 – 7.1 Surround ในตัว รองรับการใช้งานกับคอมพิวเตอร์ มือถือ และเกมคอนโซล

จุดเด่น

มีลูกเล่นเยอะ ปรับแต่งคุณภาพเสียงได้หลากหลายโหมด ปุ่มปรับแต่งเสียง มีหลายปุ่ม และถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ง่าย หน่วยประมวลผลสองชุด Dual DSP ด้วย Super X-Fi และ UltraDSP ที่สามารถจำลองทิศทางเสียงได้อย่างแม่นยำ และสมจริง ปรับแต่งเสียงได้ทันทีสำหรับการเล่นเกม หรือการแชทสนทนา ด้วยฟีเจอร์ GameVoice Mix

จุดควรพิจารณา

รองรับหูฟังเพียง 300 ohm สเปกอาจจะต่ำกว่ารุ่นเล็กที่รองรับหูฟังได้ถึง 600 ohm

8. Plextone GS3

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - Plextone GS3

Sound Card รุ่นเล็กไซส์มินิ ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เหมาะสำหรับพกพา ราคาเบาสบายกระเป๋า มาพร้อมกับชิปประมวลผล SSS1629A5 ปุ่มควบคุมง่ายต่อการใช้งาน มีปุ่มปรับ Volume ปุ่มเปิด-ปิดไมโครโฟน ปุ่มเปลี่ยนเป็นโหมดระบบเสียง 7.1 ช่วยตัดเสียงรบกวน ให้คุณเพลิดเพลินกับความบันเทิงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะดูหนัง เล่นเกม ฟังเพลง ก็สามารถเข้าถึงได้อย่างเต็มอรรถรส ผ่านหูฟังตัวโปรดของคุณ ใช้งานได้ง่าย เพียงต่อเข้ากับอุปกรณ์ของคุณผ่านพอร์ต USB เพียงเท่านี้เพื่อน ๆ ก็ใช้งานได้เลยค่ะ โดยไม่ต้องโหลดไดร์เวอร์ให้วุ่นวายแต่อย่างใด

จุดเด่น

ซาวด์การ์ด USB ขนาดเล็ก เพียงเสียบสายก็ใช้งานได้เลย ไม่ต้องลงไดร์เวอร์ ระบบเสียงสามมิติและเอฟเฟกต์เสียง 7.1 สามารถเชื่อมต่อและใช้หูฟังและลำโพงได้ในเวลาเดียวกัน

จุดควรพิจารณา

วัสดุเป็นพลาสติก คุณภาพเสียงอาจจะดีไม่เท่ากับ Sound Card ระดับ Hi-End

9. UGREEN รุ่น 40964

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - UGREEN รุ่น 40964

Sound Card รุ่นมินิมอล ขนาดเล็ก เหมาะแก่การพกพา ราคาโดนใจเพื่อน ๆ แน่นอน ด้วยราคาหลักร้อย แต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงให้คุณได้อย่างมีระดับ แบบนี้ต้องจัดไปสักตัวแล้วค่ะ Sound Card ออกแบบให้ใช้งานง่าย มีปุ่มปรับระดับเสียงแบบหมุน ปุ่มเปิด-ปิดเสียงหูฟังและไมโครโฟนอยู่ด้านบน แยกกันคนละฝั่ง มีไฟ LED แสดงสถานะการใช้งาน ใช้ได้กับคอมพิวเตอร์ เกมคอนโซล และมือถือ เหมาะสำหรับเล่นเกม ดูหนัง ฟังเพลง หรือใครจะใช้ไลฟ์สดขายของก็ไปรอดเช่นกัน ใช้งานง่าย เพียงเสียบสาย USB เข้ากับอุปกรณ์ก็ใช้งานได้เลย ไม่ต้องเพิ่งไดร์เวอร์

จุดเด่น

ซาวด์การ์ด USB ขนาดเล็ก เพียงเสียบสายก็ใช้งานได้เลย ไม่ต้องลงไดร์เวอร์ มีไฟ LED แสดงผลสถานะ รองรับปลั๊ก 3.5mm หูฟัง ไมค์ ทั้งแบบเดี่ยวและแบบคู่ รองรับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS

จุดควรพิจารณา

วัสดุเป็นพลาสติก คุณภาพเสียงอาจจะดีไม่เท่ากับ Sound Card ระดับ Hi-End

10. ORICO SC2

Sound Card ฟังเพลงดีที่สุด - Orico SC2

Sound Card รุ่นประหยัด มินิไซส์ ขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาง่าย มาพร้อมกับปุ่มปรับ Volume แบบหมุน และปุ่มเปิด-ปิดเสียงไมโครโฟนและหูฟังด้านบน มีไฟสถานะสีแดง เมื่อมีการปิดเสียง และไฟสีฟ้า เมื่อมีการเปิดเสียง สามารถเชื่อมต่อหูฟังได้พร้อมกันถึง 2 ชุด ใช้งานได้กับคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต รองรับระบบปฏิบัติการ Windows Mac OS Linux ใช้งานง่ายเพียงแค่เสียบสายกับอุปกรณ์ก็เชื่อมต่อได้เลย โดยไม่ต้องลงไดร์เวอร์ก่อน ใครที่ต้องการประสบการณ์ที่ดีกว่ากับการรับฟังเสียงได้เต็มอรรถรสยิ่งขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความประหยัด ต้องจัด Sound Card รุ่นนี้เลยค่ะ คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอนค่ะ

จุดเด่น

ซาวด์การ์ด USB ขนาดเล็ก เพียงเสียบสายก็ใช้งานได้เลย ไม่ต้องลงไดร์เวอร์ มีไฟ LED แสดงผลสถานะ รองรับปลั๊ก 3.5mm หูฟัง ไมค์ ทั้งแบบเดี่ยวและแบบคู่ รองรับระบบปฏิบัติการ Windows และ MacOS

จุดควรพิจารณา

วัสดุเป็นพลาสติก คุณภาพเสียงอาจจะดีไม่เท่ากับ Sound Card ระดับ Hi-End

บทส่งท้าย

ด้วยแบรนด์การ์ดเสียงที่มีอยู่มากมายในตลาดประเทศไทย เพื่อน ๆ สามารถค้นหาตัวเลือกที่ปรับให้เหมาะกับความต้องการและความชอบเฉพาะของตัวเองได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นเกมเมอร์ เหล่าคอหนัง คอซีรี่ย์ นักดนตรี ผู้คลั่งไคล้ในเสียงเพลง หรือมืออาชีพ การ์ดเสียงทั้ง 10 รุ่นนี้นำเสนอคุณสมบัติ ระดับประสิทธิภาพ และราคาที่หลากหลาย เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนสามารถหาการ์ดเสียงที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มประสบการณ์และตอบโจทย์ด้านเสียงของตัวเองได้นั่นเองค่ะ

บทความที่คุณอาจสนใจ